แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสุข แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสุข แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

ทำงานหนักแบบมีความสุข Work hard and be happy


ทำงานหนักแบบมีความสุข
Work hard and be happy.

หากเราต้องมุ่งมั่นในการทำงาน ซึ่งอาจเรียกได้ว่า "ทำงานหนัก" แน่นอนว่าย่อมเกิดความตึงเครียดจากเรื่องต่างๆ เราจะป้องกันตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากโรคร้ายที่คุกคามคนทำงาน คำตอบคือ เราต้องเรียนรู้วิธีทำงานหนักอย่างมีความสุข

เริ่มต้นด้วยการเลือกงานที่มีคุณค่าและรักที่จะทำการทำงานที่มีคุณค่าจะก่อให้เกิด ความสุขจากการเป็นผู้ให้ เกิดความภาคภูมิใจที่ได้ทำในสิ่งที่ดี มีคุณประโยชน์ต่อส่วนรวมหากเลือกได้ให้เลือกงานที่เราชอบด้วย หรือตัดสินใจ "รักในงานที่ทำ" แม้ไม่ได้ทำงานที่รัก แต่เราสามารถทำงานอย่างมีความสุขได้ ขึ้นอยู่กับมุมมองที่มีต่องานที่ทำ

มองปัญหาในแง่บวก หลายครั้งปัญหาก่อให้เกิดความเครียด เพราะเรามองว่ามันคือปัญหา และจมอยู่กับปัญหา แทนที่จะท้าทายตนเองโดยบอกตัวเองว่า "ไม่มีปัญหาใดแก้ไม่ได้" พยายามหาเพื่อนร่วมงาน ที่ปรึกษา และข้อมูลความรู้มาช่วยแก้ปัญหา และทำให้ช่วงเวลาในการแก้ปัญหาเป็นช่วงเวลาที่จริงจัง แต่ผ่อนคลาย เช่น เปลี่ยนสถานที่ประชุม ใช้วิธีการคิดสร้างสรรค์ ให้ทุกคนช่วยคิดนอกกรอบ

จัดการเหตุแห่งความเครียด เราควรสำรวจว่าสิ่งใดที่ทำให้เกิดความตึงเครียดได้มากที่สุด เพื่อให้เราแก้ปัญหานั้นออกไปจากตัวให้เร็วที่สุด เช่น สภาพแวดล้อมที่จำเจ ผนังห้องที่ใช้สีทึบทำให้เกิดความรู้สึกไม่สดชื่น เสียงที่ดังรบกวน หรือแสงที่มีความสว่างน้อยหรือมากเกินไป การปรับเปลี่ยนบรรยากาศสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น จะช่วยลดความ เครียด ความเบื่อหน่าย และเพิ่มความสุขในการทำงานได้

รถติดก็อาจก่อให้เกิดความเครียดจากการเดินทาง เราควรหาทางออกอย่างที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งนั้น หรือเผชิญกับมันอย่างมีความสุข เช่น มาทำงานให้เช้ามากๆ หรือทำงานที่บ้านแล้วค่อยมาสายๆ

ลดความเครียดด้วยการเพิ่มเอนโดรฟิน ด้วยการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ อาทิ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ทำงานท่าเดียวเป็นเวลานาน พักเป็นระยะสั้นๆระหว่างทำงาน หัวเราะกับเพื่อน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เหมาะสม และมีทัศนคติแง่บวกในการคิดเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ

ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้วันสุข โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ขอบคุณบทความจาก : สสส.
ขอบคุณภาพจาก google

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

การสร้างความสุขกาย อารมณ์ สังคม จิตวิญญาณ Happiness be classified as physical, emotional and spiritual


การสร้างความสุขกาย อารมณ์ สังคม จิตวิญญาณ

บอกร่างกายตัวเองว่า
   
- ฉันจะไม่ทำอะไรเกินกำลังที่ร่างกายจะรับได้
- ฉันจะถนอมร่างกาย ให้แข็งแรงมีสุขภาพดี ไม่ทำร้าย ด้วยการเอาพิษภัยต่างๆ มาใส่ตัว 
- ฉันจะดูแลรักษาความเจ็บไข้ ที่เป็นอยู่ตามสมควร ไม่ปล่อยปละละเลย แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

 อารมณ์

- มีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่บิดเบือนหรือเก็บกด พยายามหาทางออก ให้เหมาะสมตามกาลเทศะ
- หาจุดดีๆ ในตัวเองให้พบ แม้ดูจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ชื่นชมกับสิ่งที่เป็น คุณค่าของตนเองนั้น 
- ถ้าเห็นว่าเหลือบ่ากว่าแรง ที่จะดูแลตัวเองได้ ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนฝูงที่ไว้วางใจ หรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

สังคม
 
- เปิดตัวเอง ให้มีกิจกรรมร่วมกับคนอื่น อย่าคิดว่าฉันอยู่ได้ด้วยตนเอง ไม่แคร์ใคร เพราะนั่นเป็นการคิดที่ผิด และจะนำไปสู่ปัญหาทางจิตได้
- รู้จักการให้และรับ รู้จักการแพ้ และชนะ ไม่เอาแต่ใจตัวเองเป็นหลัก 
- รู้จักชื่นชมกับความสำเร็จของคนอื่น 
- ให้ความเห็นอกเห็นใจกับคนที่มีทุกข์ 
- สามารถให้ความรักคนอื่น และได้รับความรักจากคนอื่น

จิตวิญญาณ
 
- มีจิตใจที่เป็นอิสระ ต้อนรับทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิต ด้วยความยินดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี
แล้วตอบสนองอย่างมีสติ และรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำ 
- ยอมรับสิ่งที่ตนเองเป็น อย่าให้คนอื่นมาเติมเต็ม สิ่งที่ตนเองขาดอย่างไม่เหมาะสม ด้วยการการลดคุณค่าของตนเอง เช่นไปประจบสอพลอ หรือละเมิดสิทธิของผู้อื่น เพียงเพื่อให้ได้รับการยอมรับ หรือเพื่อเอาตัวรอด 
- มีความเต็มใจและจริงใจ ในการแบ่งปันหรือช่วยเหลือคนอื่น โดยไม่ต้องรอการร้องขอ หรือทำไปเพื่อต้องการผลตอบแทน
 
รศ. พญ. กนกรัตน์ สุขะตุงคะ
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์

ที่มา : เส้นทางสุขภาพ
ขอบคุณภาพประกอบจาก google